Monday, 4 July 2022

อวสานของเหรียญคริปโต?

« เวลาช้อนหุ้นยิ่งใหญ่ | Main | วิกฤติตลาดหุ้นเวียตนาม: ภัยคุกคามหรือโอกาส? »

อวสานของเหรียญคริปโต? 

          กระแส”  ของเหรียญคริปโตที่อ้างว่าจะกลายเป็นเงินดิจิทัลใน โลกแห่งอนาคต”  ซึ่งรวมถึง  เมตาเวอร์สที่เป็น โลกเสมือนที่คนอาจจะเข้าไปใช้ชีวิตอีกครึ่งหนึ่งนอกเหนือจากการใช้ชีวิตใน โลกจริง”  ที่เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว  และพัดแรงขนาดที่ทำให้โลกการเงินและการลงทุนปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน  คนจำนวนเป็นล้านล้านคนโดยเฉพาะที่เป็น คนรุ่นใหม่แทบทั้งโลกต่างก็เข้ามาลงทุนและเกี่ยวข้องในนวัตกรรมใหม่นี้ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่กำลัง ปฏิวัติโลก”  ในแทบทุกด้าน  ซึ่งรวมถึงงานศิลปะที่เรียกว่าเหรียญ “NFT” เพื่อขายให้กับคนที่สนใจงานศิลป์ หรือการผลิต ที่ดินเสมือนขึ้นมาเพื่อขายให้กับ นักเล่นที่”  ที่อาจจะอยากซื้อไว้เก็งกำไรหรือลงทุน ทำธุรกิจที่ต้องการ หน้าร้านเสมือน ไว้ขายของ

          กระแสของเหรียญคริปโตนั้นดูเหมือนว่าจะมาตามการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องถูก กักอยู่ในบ้าน”  และต้องทำงานและใช้ชีวิตผ่านอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก  ซึ่งก็ทำให้มีเวลาเหลือที่จะลงทุนเงินที่อาจจะได้รับจากรัฐบาลหรือเงินเก็บที่แทบจะไม่มีดอกเบี้ย  และคนก็อาจจะเริ่มเห็นว่าเหรียญคริปโตนั้นปรับตัวขึ้นเร็วมากเนื่องจากมันมีจำนวนจำกัด  และเมื่อราคาขึ้นไปก็ส่งผลให้คนใหม่เข้าไปลงทุนและดันราคาขึ้นไปอีก  ถึงจุดหนึ่งเหรียญที่เป็นที่นิยมเช่นบิทคอยน์ก็ถูก “Corner”  ราคาขึ้นจากประมาณ 9,000-10,000 ดอลลาร์ กลายเป็น 3-40,000 เหรียญ ในเวลาเพียง 2-3 เดือน  และหลังจากนั้นที่ อีลอน มัสก์ เข้ามาร่วม เล่นราคาก็ขึ้นไปถึง 60,000 เหรียญ ในเวลาเพียง 5-6 เดือน

          หลังจากนั้น  สตอรี่หรือเรื่องราวที่มา Support หรือสนับสนุนราคาบิทคอยน์หรือเหรียญคริปโตก็ตามมา  รวมถึงการประกาศการสร้าง เมตาเวอร์สของมาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก   ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ  เช่น เหรียญ NFT เกิดขึ้น  แพล็ทฟอร์มการซื้อขายทรัพย์สินดิจิทัลเกิดขึ้นทั่วไปในหลาย ๆ ประเทศ  ทุกอย่างกลายเป็นทรัพย์สินและธุรกิจที่มีค่ามหาศาล  สตาร์ทอัพจำนวนมากกลายเป็น  ยูนิคอร์น”  คือมีมูลค่าตลาดของกิจการเกิน 1,000 ล้านเหรียญหรือประมาณ กว่า 30,000 ล้านบาท  ฮีโร่ที่มักจะอายุน้อยและมีความมั่งคั่งเป็นหมื่นหรือบางคนเป็นแสนล้านบาทเกิดขึ้น  พวกเขาเป็น  ไอดอล”  ที่ไม่มีวันตกแน่นอน  อนาคตยังไปอีกยาวไกล

          เวลาผ่านไป 2 ปี พร้อม ๆ กับโควิด-19 ที่เริ่มจางหายไป  และตามมาด้วยสงครามรัสเซีย-ยูเครน  สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง  เม็ดเงินทั่วโลกกำลังจะลดลงซึ่งนั่นทำให้การเก็งกำไรที่  บ้าคลั่งลดลงมาก  ราคาของสินทรัพย์ที่เคยสูงลิ่วเพราะการเก็งกำไรตกลงมาอย่างหนัก  หุ้นโดยเฉพาะในกลุ่มดิจิทัลตกลงมาแรงกว่า 30% กลายเป็นวิกฤติตลาดหุ้น  และแน่นอนว่าเหรียญคริปโตก็หนีไม่พ้น  การตกลงมาของเหรียญเหล่านั้นสูงยิ่งกว่าหุ้นมาก  เหตุผลหรือ สตอรี่ก็คือ  ทรัพย์สินดิจิทัลเหล่านั้น  ไม่มีพื้นฐาน  รองรับ  มันมีค่าเพราะมีคนต้องการซื้อมัน  ถ้าไม่มีคนต้องการ  ค่าของมันคือ ศูนย์เพราะมันไม่มีการจ่ายปันผล

          บิทคอยน์ที่เป็น  เสาหลักของเหรียญคริปโตตกลงไปจากจุดสูงสุดกว่า 60,000 เหรียญ เมื่อ 8 เดือนก่อน เหลือเพียงประมาณ 19,200 เหรียญ หรือตกลงไป 70เหรียญอีเธอร์เรียมที่จะเป็นเหรียญที่นำมาใช้ได้มากมายและเป็นฐานของเหรียญอื่นตกลงมาจาก 4,650 เหลือ 1,045 ดอลลาร์ หรือตกลงมา 78% ในเวลาเดียวกัน  เหรียญเทอร่าและลูน่าซึ่งถูกออกแบบให้มีราคาเท่า ๆ  กับเงินดอลลาร์ตลอดเวลาที่เรียกว่า Stable Coin นั้น  ราคาตกลงมาแทบจะเป็นศูนย์เหรียญ  เหรียญ สุนัขด็อกคอยน์ที่อีลอนมัสก์เชียร์ตกลงมาประมาณ 90% เหลือ 0.064 เหรียญ และนี่ก็คือเหรียญที่ไม่ได้ใช้ทำอะไรนอกจากเก็บสะสมไว้เล่น ๆ และเอาไว้เก็งกำไร

          นอกจากราคาที่ตกลงมาอย่างหนักแล้ว  ความ ล่มสลายของกิจการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดิจิทัลก็เริ่มผุดขึ้นมากมาย  เข้าทำนอง  น้ำลดตอผุดหรือที่บัฟเฟตต์หรือเซียนหุ้นคนอื่นพูดว่า  It’s only when the tide goes out that you learn who’s been swimming naked  ความหมายคือ  เฉพาะเมื่อกระแสน้ำลดลงหมดเท่านั้นที่เราจะรู้ว่าใครแก้ผ้าว่ายน้ำ

          เริ่มตั้งแต่แพลทฟอร์มซื้อขายเหรียญคริปโตของแคนาดาชื่อ Quadriga ที่ โกงลูกค้าโดยการรับและจ่ายเงินการซื้อขายเหรียญเข้าบริษัทโดยไม่ได้ซื้อขายให้จริงแต่ทำตัวเป็นแบบแชร์ลูกโซ่  สุดท้ายก็ล้มและเจ้าของซึ่งเป็นคนหนุ่มที่เป็น ไอดอลของคนหนุ่มสาว ไปเสียชีวิตที่อินเดีย อย่างมีเงื่อนงำ  และรหัสการเข้าไปในระบบของแพลทฟอร์มซึ่งมีเขาคนเดียวที่รู้หายไป  ดังนั้น  เงินของลูกค้าทุกคนก็กลายเป็นศูนย์  และนี่ก็เป็นหนังสารคดีที่ผมเพิ่งดูใน NETFLIX  และเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนที่บิทคอยน์จะบูมด้วยซ้ำ

          ยังมีเรื่องราวการโกงและการล่มสลายอีกมากมายที่เพิ่งเกิดขึ้นในเร็ว ๆ  นี้ที่เขียนไม่หมดแต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ  เรื่องราวหรือสตอรี่ที่พูดกันว่าเหรียญคริปโตต่าง ๆ จะเปลี่ยนโลก  คนจะหันมาซื้องานศิลปะแบบ NFT  หรือเรื่องราวอื่น ๆ  อีกมากที่ผมคิดว่ามีความ  เวอร์เกินความเป็นจริง

เพราะประสบการณ์ที่พบในโลกของดิจิทัลนั้น  อะไรก็ตามถ้ามันเป็นเรื่องจริง  การเกิดขึ้นจะรวดเร็วมาก  ตัวอย่างเช่น  พวกสื่อสังคมที่กระจายตัวเร็วมากหลังจากที่เกิดนวัตกรรมขึ้นมา  แต่ในกรณีของเหรียญคริปโตนั้น  ที่จริงนวัตกรรมก็เกิดขึ้นนานเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว  แต่การใช้จริง ๆ ทุกวันนี้ผมก็ยังแทบไม่เห็น  คุณบอกได้ไหมว่ามีร้านไหนในประเทศไทยรับเหรียญคริปโต?  ดังนั้น  จึงมีความเป็นไปได้ว่า  กระแสและการปรับตัวขึ้นของคริปโตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น  อาจจะเป็นเรื่องของการเก็งกำไรที่สุดโต่งในสังคม  และเวลานี้กำลังเป็นช่วง อวสานที่ราคาอาจจะตกลงต่อหรือไม่กลับมาอีกนานพร้อม ๆ  กับความสนใจในเรื่องเหล่านี้ที่จะจางหายไป  แน่นอนว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนก็ยังอยู่และมีประโยชน์  แต่คนจะใช้ในการแก้ปัญหาบางอย่างที่เหมาะสมเท่านั้น  ซึ่งไม่ใช่เรื่องเงินหรือเรื่องของศิลปะที่ของเดิมก็ดีพออยู่แล้ว  เป็นต้น

 

[Trackback URL for this entry]

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« July »
SunMonTueWedThuFriSat
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31